พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระนามเดิมว่า
สมเด็จพระเจ้า ลูกยาเธอเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ฯเป็น
พระราชโอรสของพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระศรีพัชรินบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชสมภพ
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ . ศ . ๒๔๓๖ ทรงสำเร็จการศึกษา
ชั้นมัธยมที่ วิทยาลัยอีตัน ในประเทศอังกฤษ และทรงศึกษาต่อ
วิชาการทหารและทหารม้า ปืนใหญ่ ณ โรงเรียนนายร้อย
เมืองวูลิช (The Royal Military Academy Woolwich)
เมื่อทรง สำเร็จการศึกษาวิชาการทหาร ทรงพระยศนายร้อยตรี
กิตติมศักดิ์แห่ง กองทัพบกอังกฤษ เมื่อเสด็จนิวัติสู่พระนคร
ได้ทรงเข้ารับราชการใน กองทัพบกเป็น ทหารปืนใหญ่
เมื่อ พ . ศ . ๒๔๕๘

ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี แห่งราชสกุล
สวัสดิวัตน์ ในปี พ.ศ. ๒๔๖๑ หลังจากนั้นเสด็จไป ทรงศึกษาต่อ
วิชาการทหารชั้นสูง ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารเอคอลเดอแกร์
L’ Ecole de Guerre ณ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเสด็จกลับมาทรง
ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองพลทหารบกที่ ๒ และผู้บังคับการ
พิเศษ กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๒
   

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ
สืบต่อจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีพระราช
พิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ . ศ . ๒๔๖๙
นับเป็นรัชกาลที่๗ แห่งบรมราชวงศ์ จักรี ด้วยเหตุที่อิทธิพลใน
ความรู้สึกนึกคิดของชาวตะวันตก โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งในส่วน
ที่เกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยได้แพร่เข้ามาสู่ ประชาชนชาวไทย

    เป็นสาเหตุหลักที่ผลักดันให้เกิดความต้องการ ที่จะเปลี่ยนแปลง
การปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ที่ประเทศไทยใช้มา
ช้านานแต่โบราณให้เป็นแบบประชาธิปไตย กลุ่มบุคคลที่รวมตัว
กันเรียกว่า “ คณะราษฎร์ ” ได้ทำการปฏิวัติ เปลี่ยนแปลงการ
ปกครอง ในวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕
ขณะที่ทรงแปรพระราชฐานไปประทับที่พระราชวังไกลกังวล
หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะราษฎร์ได้นำรัฐธรรมนูญมา
ใช้เป็น กฎหมายสูงสุด และมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภาย
ใต้รัฐธรรมนูญ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทาน
รัฐธรรมนูญแก่ปวงชนชาวไทย ในวันที่ ๑๐ ธันวาคม
พ . ศ . ๒๔๗๕ ให้เป็นฉบับถาวรเป็นหลักในการปกครองสืบไป

ระหว่างที่ทรงดำรงอยู่ในราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
เจ้าอยู่หัว มีพระมหากรุณาธิคุณเป็นอเนกประการต่อพสกนิกร
ชาวไทย มีพระราชประสงค์ที่จะพัฒนาความเป็นอยู่ของปวงชน
ชาวไทย ให้ดีทัดเทียมประเทศตะวันตก ในโอกาสฉลองพระนคร
ครบ ๑๕๐ ปี พ . ศ . ๒๔๗๕
มีพระราชดำริให้คณะรัฐบาลสร้าง สะพานพระพุทธยอดฟ้าเชื่อม
กรุงธนบุรีกับกรุงเทพฯ เพื่อให้มีความเจริญพัฒนาเท่าเทียมกัน
พร้อมทั้งจัดตั้งพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธ
ยอดฟ้าจุฬ่าโลก ปฐมกษัตริย์แห่งจักรีวงศ์ ผู้ทรงประดิษฐาน
กรุงรัตนโกสินทร์ ไว้ที่เชิงสะพานฝั่งกรุงเทพฯด้วย และในโอกาส
เฉลิมฉลองครั้งเดียวกันนี้ยังพระราชทานพระราชทรัพย์
ส่วนพระองค์สร้างโรงมหรสพที่ทันสมัย สง่างามเป็นของขวัญแก่
พสกนิกร ชาวไทยไว้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ พระราชทานนาม
เป็นที่ระลึกว่า “ ศาลาเฉลิมกรุง ” เปิดฉายภาพยนตร์เสียงเป็น
แห่งแรกในประเทศไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒ กรกฎาคม
พ . ศ . ๒๔๗๖ และดำเนินกิจการให้ความบันเทิงแก่ประชาชน
ทั่วไปจนถึงปัจจุบัน
   
   
   
 
HOME l ABOUT US l SALACHALERMKRUNG l KHON NEWS l EVENT l SCHEDULE l LOCATION l CONTACTUS  
Copyright © 2005 SALACHALERMKRUNG. All rights reserved.
www.salachalermkrung.com